แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การพัฒนาทีมงาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การพัฒนาทีมงาน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การพัฒนาจุดแข็งของพนักงาน เพื่อพัฒนาทีมงาน



1. ลิสต์รายการคุณสมบัติที่คุณคิดว่าจำเป็นต้องมีในการทำงานของพนักงานแต่ละตำแหน่ง เพื่อเป็นการกำหนดกรอบในเบื้องต้น เช่น ในตำแหน่งนี้ต้องการคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านคิดแคมเปญทางการตลาด การวิเคราะห์คู่แข่ง ทักษะการนำเสนอโครงการ ทักษะในการสื่อสาร ทักษะการเจรจาต่อรอง และการประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น


2. ให้พนักงานแต่ละคนสำรวจตนเอง และลิสต์จุดแข็งของตนเองออกมา
โดยอาจให้ไกด์ไลน์เป็นคำถาม อาทิ อะไรคือสิ่งที่เขาคิดว่าตนเองทำแล้วประสบความสำเร็จที่สุดในชีวิต คุณสมบัติอะไรที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในเรื่องนั้น และเขาจะนำประสบการณ์นั้นมาพัฒนาการทำงานของเขาได้อย่างไร เมื่อพนักงานสามารถตอบคำถามข้างต้นได้ ก็จะลิสต์จุดแข็งของตนออกมาได้ง่ายขึ้น


3. นำลิสต์ของคุณกับของพนักงานมาเทียบกันเพื่อวิเคราะห์ว่า พนักงาน แต่ละคนควรได้รับการส่งเสริม
จุดแข็งในด้านไหน และจุดแข็งเขาอยู่ในระดับใด ควรได้รับการพัฒนาอย่างไร โดยให้เขาได้แสดงความคิดเห็นว่า เขาต้องการให้บริษัทสนับสนุนเขาในเรื่องดังกล่าวอย่างไร เช่น ให้เขาได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติม รวมทั้งฝึกฝนอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์ที่หลากหลาย เพื่อให้เขาพัฒนาผลงานให้มีคุณภาพ และมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ตามเป้าหมายและการวัดผลที่กำหนดชัดเจน


          การสนับสนุนให้พนักงานได้ใช้ความสามารถในเชิงบวกของพนักงานอย่างเต็มที่ ช่วยให้พวกเขาทำงานอย่างมีความสุขมากขึ้น คุณอาจพบว่า ปัญหาพนักงานเบื่องาน ขาดความกระตือรืนร้น มีแนวโน้มลดลง และนำมาซึ่งอัตราการเข้า-ออกงานลดลงตามไปด้วย


ที่มา : เพจ Lean Supply Chain by TMB
UP Training  อ่านบทความอื่นๆ คลิก

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559

5 ขั้นตอนเพื่อการพัฒนาทีมบริหาร


         จะพัฒนาทีมให้มีประสิทธิภาพ ผู้บริหารทีมต้องดำเนินการอย่างมีระบบ ซึ่งขั้นตอนการพัฒนาทีมแบบมีแบบแผน สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ระยะค่ะ

ระยะแรก เรียกว่าระยะปรับตัว
ซึ่งเป็นระยะช่วงที่เหล่าสมาชิกขาดความไว้วางใจกัน และตัวใครตัวมัน การสื่อสารไม่ทั่วถึง จุดประสงค์ในการทำงานก็ยังไม่เด่นชัด การบริหารนั้นอยู่ที่ส่วนกลางเท่านั้น และในขั้นตอนการปฏิบัติงานมีขั้นตอนมากมายยุ่งยาก สมาชิกยังไม่มีโอกาสเเรียนรู้ความผิดพลาดและปรับปรุงให้ดีขึ้นและปฏิเสธหรือไม่สนใจความช่วยเหลือและวิทยาการใหม่ ๆ

ระยะที่สอง คือระยะประลองกำลัง
ในช่วงเวลานี้หัวหน้าทีมจะรู้จักประเมินและหาทางพัฒนา ทบทวนการทำงานของทีมแล้ว มีการปรับปรุงพัฒนา เพื่อให้ลูกทีมให้ความสนใจบรรยากาศในการทำงาน และเห็นความสำคัญซึ่งกันและกันมากขึ้น มีการประชุมมากขึ้น คิดมากขึ้น พูดน้อยลง และในระยะนี้ยังคงเกิดความไม่สบายขึ้นในหมู่สมาชิกอยู่นั่นเองค่ะ

ระยะที่สาม คือระยะทดลอง
กฏเกณฑ์ต่าง ๆ จะถูกทบทวน เข้าใจวัตถุประสงค์ของงานอย่างกระจ่าง ภาคภูมิใจในความเป็นทีม ห่วงใยความเป็นอยู่ของสมาชิก และการทำงานคำนึงถึงทรัพยากรที่มีอยู่มากขึ้น

ระยะที่สี่ คือระยะแสดงผลงาน และระยะที่ห้า คือระยะสมบูรณ์
ซึ่งถือเป็นระยะสุดท้ายความสัมพันธ์ในหมู่สมาชิกดีเยี่ยม เปิดเผยจริงใจซึ่งกันและกัน รูปแบบของกลุ่มเป็นรูปแบบไม่เป็นทางการ แต่สมาชิกนับถือความสามารถของกลุ่ม ให้ขวัญและกำลังใจ มีความสัมพันธ์ที่ในกลุ่ม และระหว่างกลุ่ม มีความยืดหยุ่นเป็นกันเอง ภาวะผู้นำเป็นไปตามสถานะการณ์ ภูมิใจและพึงพอใจในการทำงาน

          ซึ่งจริงๆ แล้วกระบวนการที่จำเป็นของการทำงานเป็นทีม คือ การเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนมี ส่วนร่วมในการแก้ปัญหา การป้อนข้อมูลย้อนกลับ ตลอดจนสื่อสารที่ชัดเจน
          เพื่อให้ได้ข้อมูลในการตัดสินใจร่วมกันเป็นผลดีในการสร้างความสามัคคี และการทำงานเป็นกลุ่ม ทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความผูกพันและอนาคตของหน่วยงาน ซึ่งผลที่ได้รับจะเป็นผลสำเร็จและความภูมิใจของแต่ละคน ซึ่งจะนำไปถึงการบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งก็หมายถึง ความเจริญของหน่วยงานนั่นเอง

ที่มา http://th.jobsdb.com
UP Training  อ่านบทความอื่นๆ คลิก