แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความหมายของทีมงาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความหมายของทีมงาน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ทำไม? "ทีมงาน" ไม่ "เวิร์ค"



          คำว่า “ทีมเวิร์ค” มาจากภาษาอังกฤษ ซึ่งกำลังกลายเป็นภาษาไทยไปแล้ว เรามาดูคำแรก “ทีม” (Team) หมายถึงกอง, หน่วย, คณะ, หรือความหมายที่กว้างออกไปคือ รวมกันเป็นกลุ่มหรือหน่วย ประสานงานกัน หรือการขับรถไปด้วยกันหลายคัน เป็นต้น

ส่วนคำว่า “เวิร์ค” (Work) หมายถึงงาน, การงาน, การทำงาน, สิ่งที่ทำ, ผลิตผลของการทำงาน, งานฝีมือ, สิ่งก่อสร้าง, หรือพฤติกรรม เวิร์คในช่องของ adj. นั้นเกี่ยวกับงาน ในช่องของ vi. เกี่ยวกับรับจ้างทำงาน ดำเนินงาน เดินเครื่อง ใช้สอย ได้ผล ทำด้วยมือหรือทำด้วยสมอง ในช่องของ vt. เกี่ยวกับจัดการ ควบคุม ใช้งาน ทำให้ได้ผล ทำอย่างปราณีต กระ ตุ้นและปลุกเร้าอารมณ์ อีกคำหนึ่ง “เวิร์คเอ้าท์” (work out) คือ คิดออก คำนวณ แก้ปัญหา และพิสูจน์ว่าเป็นไปได้

เมื่อเอาสองคำ (ทีมเวิร์ค) นี้มาผสมรวมกัน ก็คงจะได้ใจความว่า “กลุ่มคนที่ทำงานประสานกันอย่างดี และทำงานให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่วางไว้” เหมือนกับที่ผู้เขียนพระธรรมสดุดีกล่าวถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันว่า “ดูเถิด ซึ่งพี่น้องอาศัยอยู่ด้วยกัน มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ก็เป็นการดีและน่าชื่นใจมากสักเท่าใด”

ความหมายของทีมเวิร์ค
นักพัฒนาบุคลิกภาพท่านหนึ่งได้กล่าวว่า ทีมเวิร์คหมายถึงกลุ่มคนตั้งแต่สองคนขึ้นไปที่มารวมตัวกันเพื่อทำงานอย่างใด อย่างหนึ่งหรือหลายๆอย่างให้สำเร็จร่วมกัน ซึ่งปกติแล้วงานดังกล่าวนั้นจะไม่มีใครสามารถทำมันให้สำเร็จลุล่วงแต่เพียง ลำพังได้...ในการรวมตัวกันเป็นกลุ่มหรือหมู่คณะนั้น พวกเขาจะถูกเรียกว่า “ทีมเวิร์ค”
เปาโลได้เปรียบเทียบงานผู้ที่ทำงานรับใช้พระเจ้าเป็นเหมือนร่างกาย “ฝ่ายท่านทั้งหลายเป็นกายของพระคริสต์ และต่างก็เป็นอวัยวะของพระกายนั้น” “ความจริงมีอวัยวะหลายอย่าง แต่ก็ยังเป็นร่างกายเดียวกัน” ต่างมีความต้องการและพึ่งพาอาศัยกัน “แต่พระเจ้าได้ทรงให้อวัยวะของร่างกายเสมอภาคกัน...เพื่อมิให้มีการแก่งแย่ง กันในร่างกาย แต่ให้อวัยวะทุกส่วนพะวงซึ่งกันและกัน”

ในการทำงานเป็นทีมเวิร์คนั้น
ประการแรก จะต้องมีการะดมความสามารถทางด้านสมองหรือพลังสติปัญญาร่วมกัน
ประการที่สอง จะต้องมีการระดมความสามารถทางด้านแรงกาย
ประการที่สาม จะต้องมีการระดมความสามารถทางด้านจิตใจ และ
ประการสุดท้าย จะต้องมีการระดมความสามารถทางด้านจิตวิญญาณ

เก่งคิดเก่งทำยังไม่พอ จะต้องสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้ อีกทั้งยังต้องเป็นคนที่มีจริยธรรม ศีลธรรม และคุณธรรมทางด้านจิตวิญญาณด้วย การทำงานเป็นทีมเวิร์คในทัศนะของคริสเตียนนั้น เกี่ยวข้องทั้งสามด้าน ได้แก่ร่างกาย จิตใจ (อารมณ์)และจิตวิญญาณ กล่าวคือ
- ทุกคนต้องมีจุดประสงค์เดียวกันที่จะอยู่ร่วมกัน
- ทุกคนต้องทำงานโดยมีเป้าหมายเดียวกัน
- ทุกคนต้องเล็งเห็นประโยชน์ของการทำงานร่วมกัน
- ทุกคนต้องถือกฏกติกาและมารยาทในการทำงานเดียวกัน
- ทุกคนต้องถูกกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบไว้อย่างชัดเจน
- ทุกคนต้องมีหัวหน้ากลุ่มคนเดียวกัน
- ทุกคนต้องรับผิดชอบในความสำเร็จหรือล้มเหลวร่วมกัน


อ้างอิง : http://thaisermons.com
UP Training  อ่านบทความอื่นๆ คลิก

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558

กลยุทธ์การสร้างทีมงานสู่ความสำเร็จ (ตอน : ความหมายของทีมงาน)

          บูรณาการทีมสู่ความเป็นเลิศ หมายถึง การสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรในกรอบเวลาที่กำหนด ใช้ความรู้ด้านบริหาร ผนึกกำลังใจ กำลังกายและกำลังสติปัญญาของผู้ร่วมงานให้ทำงานเป็นทีมเดียวกันโดยไม่มีปัญหาบุคลากรขาดความร่วมมือการเรียนรู้ฝึกฝนให้เข้าใจความหมายความสำคัญและรู้วิธีการสร้างทีมงานในองค์กร จะทำให้บูรณาการทีมสู่ความเป็นเลิศขององค์กรได้



ความหมายของทีมงาน

          Peter Drucker ปรมาจารย์ด้าน Management กล่าวว่า ทีมประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ความสามารถของผู้บริหารที่จะเลือกและชักนำผู้มีความชำนาญ ผู้รับผิดชอบงานที่แตกต่างกัน หลากหลายสาขารวมเป็นกลุ่มคนที่มีโลกทัศน์กว้างไกล เพื่อร่วมกันทำงานในโครงการพิเศษ (Special Project) ที่มีการเสนอความรู้ ความคิด แลกเปลี่ยนและเปรียบเทียบมุมมองในด้านต่างๆ พิจารณาทั้ง success และ failure factors เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพสูงสุดตรงกับที่องค์กรต้องการ

          การทำงานเป็นทีมเป็นการทำเพื่อองค์กรมิใช่เพื่องานที่คนคนหนึ่งรับผิดชอบอยู่ในสายงาน เป็นการลด “ego” คือ ความเป็นตัวตน ลด “jurisdiction boundary” คือสลายอำนาจในงานที่รับผิดชอบ และทำให้ผู้ร่วมทีมได้แสดงออกถึงความเชี่ยวชาญอย่างเต็มที่ ได้งานที่ประณีต และการผลิตผลงานราบรื่น

          กรณีตัวอย่าง ได้แก่ Jack Welch ประธานกรรมการบริหารบริษัท G.E. จะนำหัวหน้าพนักงานของบริษัทเข้าประชุมเชิงปฏิบัติการในศูนย์ฝึกอบรมของบริษัทปีละครั้ง แบ่งพนักงานเป็นกลุ่ม เช่น 10 กลุ่ม กลุ่มละ 8 – 10 คน ให้แต่ละกลุ่มเสนอโครงการพัฒนาบริษัท ซึ่งจะมีประมาณ 3 โครงการเท่านั้นที่ผ่านการพิจารณาของผู้บริหารและได้นำไปปฏิบัติจริง เมื่อจบโครงการแล้วทำไม่ได้ตามเป้าหมาย ก็อาจจะถูกลดเงินเดือนหรือปลดออก เพราะฉะนั้นทีมจะทุ่มเทสุดกำลังให้ได้ผลโครงการที่ดีที่สุด ส่งผลให้บริษัทเป็นผู้นำเหนือบริษัทอื่น

          จะเห็นว่าการทำงานเป็นทีมเน้นผลลัพธ์ หรือ end result ไม่เน้นวิธีการ แต่มีระเบียบวินัยเป็นกรอบของการทำงาน เช่น ไม่คดโกง เพราะแต่ละคนมีวิธีการทำงาน (working style) แตกต่างกัน Dr. Napoleon Hils กล่าวไว้ในหนังสือ The Law of Success ว่าต้องสร้าง “อภิจิต” โดยนำคนที่มีเจตนารมณ์เดียวกันในทางสร้างสรรค์ มาร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเพื่อผลักดันให้ “Mission Statement” ขององค์กรเป็นรูปธรรม

โดย ดร.บุญชัย โกศลธนากุล และ ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ*