แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทีมงานที่ดี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทีมงานที่ดี แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559

เทคนิคการสร้างทีมเวิร์ค(Teamwork) เพื่อขับเคลื่อนองค์กร



          การทำงานเพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จนั้นประกอบด้วยหลาย ๆ ปัจจัย หนึ่งในนั้น คือ บุคลากร หรือ คนทำงานที่จะทำให้ผลสำเร็จของงานเกิดขึ้น แต่คน ๆ เดียวไม่สามารถทำให้งานสำเร็จผลได้ การรวมตัวของคนหลาย ๆ คนเพื่อทำงานเป็นทีม จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดของการทำงาน

การทำงานเป็นทีม หรือ ทีมเวิร์ค (Teamwork) เป็นกระบวนการที่ยิ่งมีประสิทธิภาพมากเท่าไร ความสำเร็จของงานก็มีมากเท่านั้น และยังช่วยผลักดันองค์กรให้ก้าวไปสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้นอีกด้วย การทำงานในลักษณะนี้จะทำให้ผู้ปฏิบัติรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเพียงในช่วงแรก ๆ เมื่อเราคุ้นชินกับขั้นตอนแล้ว เราจะรู้สึกว่าวิธีการทำงานแบบนี้ทำให้งานสำเร็จเร็วขึ้น

กระบวนการที่จะทำให้การทำงานประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องอาศัยความเข้าใจของคนทำงาน เพื่อให้เกิดการยอมรับในวิธีการ และทำงานร่วมกันได้ การสร้างทีมเวิร์คที่เข้มแข็งจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากขาดสิ่งนี้การทำงานให้ประสบความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ยาก หรือหากเกิดขึ้นได้ก็ช้าเกินไป ปัจจัยหลักที่จะช่วยผลักดันให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ต้องเกิดจากการมีทีมเวิร์คที่เข้มแข็ง โดยการสร้างทีมเวิร์คที่เข้มแข็งนั้น ต้องประกอบด้วยปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้

สร้างความเข้าใจก่อนเริ่มทำงาน
การนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จนั้น ผู้นำองค์กรจำเป็นต้องเข้าใจความหมายของการดำเนินการ แล้วจึงนำความรู้เหล่านั้นไปเผยแพร่ให้กับคนทำงานได้รับรู้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน
ไม่ใช่เข้าใจเพียงความหมาย แต่สมาชิกทุกคนในทีมต้องเข้าใจจุดประสงค์ของการทำงานก่อน แล้วจึงค่อยตัดสินใจทำงานนั้นไปพร้อม ๆ กัน หรืออาจกล่าวได้ว่าวิธีการนี้ เป็นการปลุกใจคนทำงานก่อนที่เราจะเริ่มทำงานจริง เมื่อคนทำงานเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว การทำงานเป็นทีมก็จะแข็งแกร่งขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

บทบาทและเป้าหมายที่ชัดเจน
ทีมจะเข้มแข็ง และสามารถทำงานได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยก็ต่อเมื่อคนทำงานทุกคนคิดเหมือนกัน หรืออย่างน้อยคิดให้คล้ายคลึงกันมากที่สุด ทีมก็จะแข็งแกร่งขึ้น และทำงานได้ตรงจุดประสงค์ขึ้น โดยทีมต้องกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน สามารถเข้าถึงและจับต้องได้ อีกทั้งสามารถปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงทฤษฎีที่ถูกกล่าวอ้างขึ้นมาเท่านั้น เพื่อนร่วมงานของเราต้องเข้าใจอย่างแท้จริง เราต้องสามารถอธิบายได้ว่างานแต่ละชิ้นมีวิธีการทำอย่างไร เมื่อเข้าใจตรงกันแล้ว งานที่ทีมช่วยกันทำก็จะสำเร็จผลได้ง่ายขึ้น และการต้องเผชิญกับอุปสรรคก็จะน้อยลง ดังนั้น การที่จะมีทีมทำงานที่แข็งแกร่งได้นั้น เป้าหมายและบทบาทของสมาชิกต้องชัดเจน ไม่เกิดความสบสนเมื่อต้องปฏิบัติงานจริง

กล้าเปิดใจในการแสดงความคิดเห็น
ทีมทำงานที่เข้มแข็งเริ่มต้นจากการทำงานด้วยร่วมกันด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง อบอุ่น มีความกระตือรือร้น และทุกคนช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานอย่างจริงใจ และไม่มีสัญญาณของความขัดแย้ง ทำให้เห็นการแสดงออกถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การรู้สึกเห็นอกเห็นใจกันของคนในทีม จะช่วยให้การสร้างทีมเวิร์คเพื่อขับเคลื่อนองค์กรนั้นราบรื่น และก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว การสร้างทีมที่เกิดขึ้นจากความไว้วางใจกัน สมาชิกต้องมีความไว้วางใจกัน สื่อสารกันอย่างเปิดเผยจริงใจ ไม่มีความลับต่อกัน กล้าแสดงความคิดเห็นต่อทีมอย่างเปิดเผย ไม่ต้องกลัวว่าความคิดของเราจะไม่มีประโยชน์ คนทำงานบางคนมักจะคิดว่าเสียงของเราเป็นเพียงเสียเล็ก ๆ อาจจะไม่มีความสำคัญต่อทีม ในการสร้างทีมเวิร์คที่เข้มแข็งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเสียงเล็กหรือเสียงใหญ่ ก็ควรพูดออกไป เพราะความคิดเห็นของเราอาจจะช่วยจุดประกายความคิดให้กับทีมของเราได้อย่างไม่รู้ตัว ข้อเสียของการไม่เปิดใจนำความเสียหาย ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตขององค์กรได้

การพัฒนาศักยภาพของทีม
ต้องยอมรับว่าการทำงานเป็นทีมนั้น ส่วนหนึ่งอาจจะมีอุปสรรคอยู่ที่ศักยภาพของสมาชิกในทีม ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสามารถที่ไม่เท่ากันของแต่ละคน ทำให้ทีมก้าวเดินไปได้ช้า ดังนั้น หัวหน้าทีมจึงต้องสำรวจและเรียนรู้เกี่ยวกับสมาชิกในทีม มีคนทำงานคนใดบ้างที่ยังทำงานได้ช้า เหตุใดเขาจึงทำงานได้ช้า เป็นเพราะติดขัดกับปัญหาใดหรือไม่ หากมีให้ช่วยทำการแก้ไข เมื่อสมาชิกทุกคนในทีมมีความรู้ความสามารถในระดับที่ใกล้เคียงกันแล้ว การทำงานก็จะเร็วขึ้น และในขณะเดียวกัน เพื่อให้เกิดศักยภาพในการทำงานเป็นทีม เราควรสร้างแรงจูงใจในการทำงาน และทัศนคติด้านบวกให้กับทีม นำมาซึ่งความมุ่งมั่นในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ

          การทำงานเป็นทีมนั้นส่งผลต่อความสำเร็จของการทำงานเป็นอย่างมาก หากได้ทำงานกับทีมที่ดี งานก็ดีตามไปด้วย การที่จะเริ่มต้นทำงานเป็นทีม เราต้องมั่นใจทีมที่เราทำงานด้วยนั้น มีความแข็งแกร่งมากพอ หากยังมีไม่เพียงพอ ให้เริ่มต้นสร้างทีมเวิร์คเพื่อการทำงานที่ดีก่อน แล้วค่อยทำงานเป็นทีมเพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้าต่อไป

ที่มา : th.jobsdb.com
UP Training  อ่านบทความอื่นๆ คลิก

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558

เทคนิคการสร้างทีมงานที่ดี


สิ่งใดที่ทำให้ทีมงานของคุณทำงานด้วยกันได้? และอะไรคือปัจจัยสำคัญที่สร้างทีมงานให้มีประสิทธิภาพ? ส่วนใหญ่แล้ว ทีมงานที่ดีมักประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้
- มองอนาคตร่วมกัน
ทีมงานจะมีจุดมุ่งหมายว่ากำลังจะไปทางใด และจุดมุ่งหมายนี้จะเป็นทางเดียวกันกับผู้บริหารระดับสูงขององค์กรสมาชิกเข้าใจหน้าที่ของตัวเองในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่มีส่วนช่วยให้เป้าหมายนั้นๆ บรรลุได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งเอาไว้

- มีจุดมุ่งหมายของทีมงานกับวัตถุประสงค์ที่แน่ชัดและเป้าหมายร่วมกัน
สมาชิกทุกคนในทีมงานมีบทบาทในการทำงานที่เด่นชัด และเข้าใจว่าหน้าที่ของตนอยู่ตรงไหน และหน้าที่ของคนอื่นในทีมงานอยู่ตรงไหน มีการวางเป้าหมายที่สามารถทำสำเร็จได้บ่อยครั้ง สมาชิกแต่ละคนยอมรับความแตกต่างของกันและกันได้ คุณค่าของสิ่งต่างๆ จะถูกตัดสินร่วมกันและกฎเกณฑ์ขั้นพื้นฐานจะตั้งขึ้นโดยคนส่วนใหญ่

- มีบรรยากาศแห่งความไว้ใจและให้กำลังใจกัน
มีการเคารพซึ่งกันและกันโดยไม่เสแสร้ง เข้าใจกัน และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน สมาชิกในทีมงานจะใช้เวลาในการรู้จักกันและกันและแสดงความเห็นใจกัน ซึ่งจะนำมาซึ่งความร่วมมือที่ดี

- มีการสื่อสารที่ดี
มีการสื่อสารที่ครอบคลุมและได้รับข้อมูลที่ไม่มีการปิดบัง สมาชิกมีการฟังซึ่งกันและกันเท่ากับที่ตอบคำถามให้แก่กันและกัน สามาารถที่จะบอกผลกระทบทั้งในแง่ดีและในแง่ไม่ดีให้ฟังได้โดยไม่ขัดเขิน

- มีการยอมรับในปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างสร้างสรรค์ 
สมาชิกมีการเสนอความคิดเห็นที่แตกต่างกันและทำให้ปัญหาต่างๆ ดูเป็นเรื่องธรรมดา มีการจัดการเรื่องราวต่างๆ ในทันทีและทำให้ปัญหานั้นเป็นปัญหาของทั้งทีมงานมากกว่าที่จะโทษใครเพียงคนเดียว

- มีระเบียบการที่ชัดเจน
ทีมงานจะมีระเบียบการสำหรับการตัดสินใจ การมอบหมายความรับผิดชอบ และการจัดประชุมต่างๆ

- มีผู้นำที่เหมาะสม
ผู้นำจะใช้กำลังของสมาชิกทุกคนอย่างเป็นประโยชน์ที่สุด และรู้จักการใช้จิตวิทยาสำหรับทีมงาน

- มีการตรวจสอบวิจารณ์สิ่งต่างๆ 
ทีมงานมักจะประเมินทั้งหน้าที่และวิธีการทำงาน มีการทบทวนจุดมุ่งหมายและตั้งเป้าหมายใหม่เมื่อมีความจำเป็น สมาชิกมีทักษะในการแก้ไขปัญหาและเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากความผิดพลาดอย่างรวดเร็ว

- มีการมอบหมายงานให้แต่ละคนและพัฒนาคนให้เป็นมืออาชีพ 
สมาชิกทุคนจะมีการประเมินผลงานของตัวเองอยู่เป็นประจำ ผู้นำของทีมงานจะมีโอกาสในการพัฒนาสมาชิกแต่ละคน ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆ ก็มีสิทธิในการที่จะช่วยพัฒนาซึ่งกันและกัน หรือแม้แต่ช่วยพัฒนาคนที่เป็นผู้นำด้วย ทีมงานจะมีความสุขในการทำงาน

- มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับกลุ่มอื่นๆ
ทีมงานจะต้องมีความสัมพันธ์กับกลุ่มอื่นๆ ทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง และสามารถร่วมงานกับทีมงานอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี

อ้างอิง : miozaza.blogspot.com