วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558

ภาวะผู้นำสำคัญอย่างไร? กับการทำงานเป็นทีม

1. ช่วยกระตุ้นการทำงานของทีม
          คนทำงานที่มีภาวะผู้นำสูงกว่าคนอื่น ๆ ในทีม ควรมีหน้าที่เป็นผู้ที่ช่วยกระตุ้นทีมให้เกิดการทำงาน โดยดึงความสามารถที่ตนเองมีออกมาช่วยให้ทีมได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ภาวะผู้นำจะช่วยให้เราอยู่ในตำแหน่งงานที่เหมาะสม เพราะเรารู้ขีดจำกัดและความสามารถของตัวเอง จึงสามารถทำงานได้ตรงตามหน้าที่ได้อย่างลงตัว ในขณะเดียวกัน เราก็จะช่วยให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นได้รู้ขีดความสามารถของตัวเขาด้วย หรือหากเขาขาดความรู้ในเรื่องใดก็ตาม เขาก็จะมาขอคำปรึกษาจากเราได้ เราซึ่งเป็นคนที่มีความรู้มากกว่า ก็สามารถเป็นที่ปรึกษาของทีมได้ เพราะเราอาจจะให้ความรู้ เพื่อกระตุ้นให้สมาชิกในทีมคนอื่น ๆ พัฒนาศักยภาพและความสามารถไปพร้อม ๆ กัน

2. เป็นเจ้านายตัวเอง
          ภาวะความเป็นผู้นำจะทำให้เรารู้หน้าที่ของตัวเอง รู้ว่าอะไรที่เราควรจะทำ และอะไรที่ไม่ควรทำ ในแง่ของหน้าที่และความรับผิดชอบที่มีต่อตัวเอง คนทำงานที่มีภาวะผู้นำจะรู้จักงานของตัวเองดี โดยไม่จำเป็นต้องให้ใครมาออกคำสั่ง หรือคอยเตรียมงานให้อยู่ตลอดเวลา เพราะเขาสามารทำงานนี้ได้เอง และรู้ว่าต้องทำอย่างไร ตัวเองก็จะไม่รู้สึกว่าเป็นคนด้อยค่า หรือไร้ความสามารถ อีกทั้งยังไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงที่จะทำให้การทำงานล่าช้า การทำงานเป็นทีมก็จะดำเนินไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอนมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นการทำงานที่เป็นเจ้านายตัวเอง มีแต่ตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ว่าเราต้องทำอะไร และคนรอบข้างที่เป็นเพื่อนร่วมงานของเราก็ได้รับอิทธิพลการทำงานแบบนี้ไปด้วย ภาวะผู้นำจึงสำคัญกับการทำงานเป็นทีมอย่างยิ่ง เพราะทำให้งานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น

3.ได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน
          การทำงานเป็นทีมโดยอาศัยภาวะผู้นำ ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเป็นเจ้านายใคร ไม่ต้องสั่งการหรือออกคำสั่งใคร จึงทำให้ความสัมพันธ์ของเราที่มีต่อเพื่อนร่วมงานไม่มีลำดับชั้น ซึ่งแตกต่างจากการทำงานระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง เพราะความสัมพันธ์ในลักษณะนี้ จะทำให้คนทำงานไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกเจ้านายตำหนิ หากจะต้องแสดงความคิดเห็นบางอย่างออกไป การที่คนทำงานที่มีภาวะผู้นำได้ทำงานเป็นทีม จึงเป็นโอกาสที่จะได้แสดงความสามารถออกมาอย่างเต็มที่ หากการทำงานเป็นที่ถูกใจ ไม่เพียงแต่จะได้รับคำชื่นชมจากเจ้านายเท่านั้น แต่เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ก็จะได้เห็นความสามารถของเราอีกด้วย ความสามารถที่โดดเด่นของเรา จะทำให้เราได้รับการยอมรับนับถือจากเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ไปในคราวเดียวกันด้วย

          ภาวะผู้นำนั้นต้องมาจากการฝึกฝนตนเองเพื่อทำให้เกิดความรู้สึกว่าอยากจะทำงาน โดยไม่ต้องรอให้ใครมาบังคับ เพราะรู้อยู่แล้วว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร ความสามารถที่โดดเด่นของคนทำงานที่มีภาวะผู้นำ จะช่วยให้เพื่อนร่วมงานได้รับอิทธิพลการทำงานที่ดีตามไปด้วย ภาวะผู้นำกับการทำงาน จึงไม่ได้ดีเฉพาะกับคนที่ทำงาน แต่ยังส่งผลดีต่อการทำงานเป็นทีมด้วย เพื่อสมาชิกทุกคนทำงานได้ดี ทีมก็ทำงานได้ดีตามไปด้วย

ที่มา : Jobsdb

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558

หลักสูตร บุคลิกภาพและมารยาททางสังคมสำหรับผู้บริหาร (Business Etiquette for Management)

หลักสูตร บุคลิกภาพและมารยาททางสังคมสำหรับผู้บริหาร (Business Etiquette for Management)

http://www.uptraining.co.th/index.php/human-resource-zone/business-etiquette-for-management


วัตถุประสงค์
1. เพื่อเรียนรู้ และเข้าใจ การปฏิบัติตน เมื่อต้องเข้าสังคมในโอกาสต่างๆ ทั้งในนามองค์กร และการไปงานส่วนตัว
2. เพื่อรับทราบเหตุและผลของข้อปฏิบัติต่างๆ ที่เป็นสากล และข้อปฏิบัติเฉพาะ
3. เสริมสร้างความมั่นใจ ในการเข้าสังคม ให้ look smart และน่าเชื่อถือ

รายละเอียดเพิ่มเติมหลักสูตร คลิก

 

Human Resource Zone (การพัฒนาทรัพยากรบุคคลเชิงสร้างสรรค์)

ตัวอย่างรายละเอียดหลักสูตร "คลิก" เพื่อชมข้อมูลเพิ่มเติม 




3 Business Etiquette for Manager : บุคลิกภาพและมารยาททางสังคมสำหรับผู้จัดการ



ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ 02-1062220, 094-6904904 (คุณอุ้ย)

 

4 เหตุผล ทำไม?คนทำงานต้องสร้างทีมเวิร์ค (Teamwork)

http://www.uptraining.co.th/index.php/knowledge-2/397-4-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9C%E0%B8%A5-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%84.html


1. เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา
          เมื่อคนทำงานต้องประสบปัญหาในการทำงาน การขอความช่วยเหลือจากคนอื่น คือวิธีการที่ดีที่สุด เพราะคน ๆ เดียวไม่สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้ แต่สามารถขอคำปรึกษาจากคนอื่น ๆ ได้ แต่ละคนพบเจอปัญหาจากการทำงานมาไม่เหมือนกัน เราจึงจะได้คำตอบที่แตกต่างกัน แล้วนำมาปรับใช้กับการแก้ปัญหาในการทำงานได้ ประสิทธิภาพในการร่วมกันแก้ปัญหา ย่อมดีกว่าการที่เราต้องมากแก้ไขเพียงคนเดียว ข้อดีของการทำงานเป็นทีม จึงอยู่ที่บทสรุปของการแก้ปัญหานั้น มีการร่วมแสดงความคิดเห็นของทุกคนอยู่ด้วย

2. มีอำนาจในการต่อรอง
          เมื่อเราต้องต่อรองเพื่อผลประโยชน์อะไรสักอย่างที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เสียงของเรามีน้ำหนักที่ไม่มากพอ หากเราต้องทำสิ่งนั้นคนเดียว แต่ถ้าเรามีทีมช่วยสนับสนุน การต่อรองนั้นจะดูมีน้ำหนักขึ้นมาทันที การต่อรองที่อ้างถึงผลประโยชน์ของทีมเป็นหลัก จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ที่เกี่ยวข้อง หากเราบอกเจ้านายว่าทีมของเรากำลังขาดแคลนส่ิงนั้นสิ่งนี้ เจ้านายก็จะพิจารณาเห็นด้วยอย่างง่ายดาย ผิดกลับการที่เราบอกว่าเราขาดสิ่งนี้ในการทำงาน เจ้านายอาจจะต้องหยุดคิดแล้วพิจารณาว่าสิ่งนั้นจำเป็นจริง ๆ กับการทำงานของเราหรือไม่ การทำงานเป็นทีมทำให้เรามีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น

3. เกิดความมั่นคงในการทำงาน
          การทำงานเป็นทีมทำให้เรานึกถึงคำกล่าวที่ว่า “รวมกันเราอยู่” หากเราทำงานร่วมกันเป็นทีมแล้ว เราจะรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยและความมั่นคงในการทำงาน จะรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของทีม โดยเฉพาะเมื่อเราได้ร่วมกันทำงานที่เต็มไปด้วยอุปสรรค แล้วเราได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ร่วมฝ่าฝันอุปสรรคไปด้วยกัน เราจะยิ่งรู้สึกภูมิใจในทีมของเราเมื่อการทำงานนั้นสำเร็จผล การที่เราได้เปิดใจพูดคุยกับทีมของเรา ก็ยิ่งจะทำให้เรารู้สึกปลอดภัยและมั่นคงมากยิ่งขึ้น เราจะรู้สึกว่าเราสามารถทำงานได้อย่างสบายใจมากขึ้น ไม่กลัวว่าจะเจออุปสรรคใหญ่ขนาดไหน เพราะเรามีทีมที่คอยช่วยเหลือเราอยู่ตลอดเวลา

4. เกิดความสัมพันธ์ที่ดีในการทำงาน
          บางคนที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ ๆ จะรู้สึกหวั่นวิตกว่าจะเข้ากับเพื่อน หรือสังคมใหม่ได้ยาก หากเราได้เข้ามาทำงาน โดยเริ่มทำงานเป็นทีมแล้วนั้น ความวิตกกังวลเหล่านั้นจะหมดไป เมื่อต้องทำงานเป็นทีม เราจะได้พบเจอได้พูดคุยกับทุกคน โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าเราจะเข้ากับใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ เพราะเราต้องได้คุยกับทุกคน การทำงานเป็นทีมจะทำให้เรารู้สึกผูกพันธ์กับทุกคน เกิดความอบอุ่นและไว้ใจกันมากขึ้น เราจะรู้สึกว่าการได้มาทำงาน เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรามีความสุข

          ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากที่คน ๆ หนึ่งจะมีความสามารถและประสบการณ์ในทุก ๆ เรื่อง การทำงานเป็นทีมจึงเป็นทางออกที่ช่วยให้เราสามารถจัดการงานเมื่อเจออุปสรรคได้ เพราะคนในทีมจะช่วยกันทำงาน ไม่ใช่เพียงเพื่อให้งานนั้น ๆ เสร็จสิ้นไป แต่เป็นการทำงานที่มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพด้วย

ที่มา : Jobsdb

วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

หลักสูตร การสร้างสัมพันธภาพที่ดีเพื่อการติดต่อประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Coordination & Collaboration)

หลักสูตร การสร้างสัมพันธภาพที่ดีเพื่อการติดต่อประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Coordination & Collaboration) 


          ปัจจัยในการที่จะทำให้การทำงานบรรลุเป้าหมายและประสบผลสำเร็จได้นั้น มีส่วนประกอบหลายๆเรื่องเป็นสิ่งสำคัญ การสื่อสารและการสร้างมนุษยสัมพันธ์ในการทำงานก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสำเร็จได้ เพราะถือเป็นกระบวนการเริ่มต้นที่จะทำให้งานสามารถบรรลุตามเป้าหมายขององค์กร ซึ่งในการทำงานหนึ่งๆ จะต้องมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จมากกว่าหนึ่งคน ดังนั้น คนที่ต้องทำงานร่วมกับผู้อื่นจะต้องเรียนรู้เรื่องของการสื่อสาร การสร้างมนุษยสัมพันธ์เพื่อนำไปสู่การประสานงานที่มีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ทราบถึงพฤติกรรมและความต้องการของมนุษย์ในแง่มุมต่างๆ
2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีทั้งภายในหน่วยงานและภายนอกหน่วยงาน อันจะก่อให้เกิดความราบรื่นในการทำงานที่ดี
3. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับทราบแนวทางของการสร้างรูปแบบของความสัมพันธ์ เพื่อเป็นการเสริมศักยภาพในด้านการประสานงานที่ดีและยั่งยืน
4. เพื่อให้ผู้ข้าอบรมได้รับทราบเทคนิคและวิธีการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งสามารถวิเคราะห์ความต้องการของผู้ที่จะประสานงานด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมหลักสูตร คลิก 

 

Human Resource Zone (การพัฒนาทรัพยากรบุคคลเชิงสร้างสรรค์)

ตัวอย่างรายละเอียดหลักสูตร "คลิก" เพื่อชมข้อมูลเพิ่มเติม 




3 Business Etiquette for Manager : บุคลิกภาพและมารยาททางสังคมสำหรับผู้จัดการ



ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ 02-1062220, 094-6904904 (คุณอุ้ย)

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

หลักสูตร การสร้างความพึงพอใจในการให้บริการกับลูกค้า (Customer Service Satisfaction)

หลักสูตร การสร้างความพึงพอใจในการให้บริการกับลูกค้า (Customer Service Satisfaction)

http://www.uptraining.co.th/index.php/customer-service-zone/customer-service-satisfaction

          หลักสูตรนี้จะช่วยสร้างทัศนคติ ของทำงานด้านบริการ ให้เข้าใจในความหมายของคำว่า “Customer“ หรือ “ลูกค้า“ ซึ่งองค์กรมีทั้งลูกค้าภายในและลูกค้าภายนอก แต่การที่จะให้บริการลูกค้าภายนอกได้เป็นอย่างดีนั้น จิตสำนึกของการให้บริการด้วยใจ ต้องเริ่มมาจากการให้บริการลูกค้าภายในองค์กรก่อน แล้วแนวทางการบริการนี้จะยังสามารถส่งมอบไปถึงลูกค้าภายนอกได้อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน การบริการยังถือเป็นภาพลักษณ์ที่ดีในการส่งเสริม Brand ขององค์กรได้เช่นกัน

วัตถุประสงค์
1. เพื่อสร้างจิตสำนึกการทำงานให้ผูกพันกับองค์กร และมีทัศนคติในเชิงบวกกับการให้บริการ
2. ทราบแนวทางปฏิบัติในการให้บริการอย่างมืออาชีพ

รายละเอียดเพิ่มเติมหลักสูตร คลิก


ตัวอย่าง Outline หลักสูตร (สามารถ "คลิก" ดูได้ที่หลักสูตรที่ต้องการ)








ภาพบรรยากาศการบรรยายหลักสูตรนี้








ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ 02-1062220, 094-6904904 (คุณอุ้ย)

หลักสูตร Team Building & CSR Zone (การสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพ)

Team Building & CSR Zone (การสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพ) 





          เนื่องด้วยความแตกต่างระหว่างบุคคล เช่น ความคิด ความรู้สึก ทัศนคติ ประสบการณ์ วัย อารมณ์ ย่อมส่งผลโดยตรงต่อการทำงานร่วมกันในองค์กร หากมองในด้านบวก ความแตกต่างระหว่างบุคคลทำให้เกิดแนวความคิด และความสามารถที่หลายหลายก่อให้เกิดการผนึกกำลังการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ ในทางตรงกันข้าม ความแตกต่างระหว่างบุคคลอาจส่งผลต่อความขัดแย้ง อันเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จในด้านต่างๆ ขององค์กร กระทบโดยตรงต่อเป้าหมายขององค์กร ผลเสียที่ตามมาคือ การทำงานไม่เป็นทีม ต่างคนต่างทำ ตัวใครตัวมัน เก่งคนเดียว ลูกน้องข้าใครอย่าแตะ หรือ ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร

          หลักปรัชญาของการแนะแนว ที่ใช้ในปลูกฝังแนวคิดของนักจิตวิทยาอีกประการหนึ่งที่จะช่วยหล่อหลอมการทำงานเป็นทีมได้เป็นอย่างดี กล่าวคือ การทำงานร่วมกันนั้นต้องยึดหลัก 6 ประการดังต่อนี้

1. คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล

2. พฤติกรรมทุกอย่างของบุคคลย่อมมีสาเหตุ

3. มนุษย์เป็นทรัพยากรที่มีค่าและมีศักยภาพแฝง

4. บุคคลมีศักดิ์ศรีและต้องการการยอมรับ

5. บุคคลมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้

6. บุคคลอยู่ร่วมกันควรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

          จากหลักปรัชญาของการแนะแนวข้างต้น และแนวคิดต่อการสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับองค์กร เริ่มต้นจากการปูพื้นฐานการทำงานเป็นทีมให้เฟืองตัวเล็ก เช่น พนักงานระดับปฏิบัติการทุกคน ไปจนถึงเฟืองตัวใหญ่ในระดับบริหาร หล่อหลอมความคิดระดับจิตใจของแต่ละคนมุ่งสู่ระดับองค์รวมในองค์กร จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ว่าด้วยการทำงานเป็นทีม ทำให้เกิดหลักสูตรนี้ขึ้นมา อันจะเป็นประเด็นต่อการพัฒนาทีมงานขององค์กรให้มีประสิทธิภาพยิ่งๆ ขึ้นไป


ตัวอย่าง outline หลักสูตร

  




TEAM BUILDING แบบครบวงจร
บริษัทฯ จะดูแลในเรื่องทีมวิทยากรและทีมงานนำกิจกรรม, รถรับ-ส่ง, ห้องพัก 2-3 ท่าน/ห้อง, อาหาร 5 มื้อ (มื้อเช้าวันแรกและวันที่สอง, มื้อกลางวันวันแรกและวันที่สอง, มื้อเย็นวันแรก), ของรางวัล, กิจกรรมปาร์ตี้ช่วงกลางคืน, คาราโอเกะหรือวงดนตรีตามที่ต้องการ
สถานที่จัดอบรม กทม. พัทยา ชะอำ หัวหิน สระบุรี ปากช่อง นครนายก อัมพวา กาญจนบุรี

เงื่อนไขการรับบริการ
1. การจัดกิจกรรม Team Building ต้องมีผู้เข้าอบรมตั้งแต่ 40 ท่านขึ้นไป ไม่เกิน 180 ท่านต่อรุ่น
2. บริษัทฯ ขอยืนราคา 30 วันนับจากวันเสนอราคาและจะไม่มีส่วนลดเพิ่มเติม
3. บริษัทฯ จะจัดอบรมด้านการบริการ (Customer Satisfaction Course) ฟรี 3 ชั่วโมงสำหรับ 30 ท่าน (09.00-12.00 น. หรือ 13.00 - 16.00 น.) หลังจากที่จัดกิจกรรม Team Building แล้วเสร็จและชำระค่าใช้จ่ายครบถ้วน (สามารถดูรายละเอียดหลักสูตรได้ ที่นี่ )
4. ในการจัดอบรมด้านการบริการ (Customer Satisfaction Course) ลูกค้าเป็นผู้ดูแลสถานที่, อาหารและที่พักเอง (กรณีพักค้างคืน) บริษัทฯ จะให้บริการเฉพาะการบรรยาย การทำกิจกรรมและการเดินทางของวิทยากร-ผู้ช่วยวิทยากรไม่เกิน 150 กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานคร









ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ 02-1062220, 094-6904904 (คุณอุ้ย)